เรื่องวิกฤตแรมแพงเป็นประเด็นที่คุยกันหนาหูมาสักพัก และมันถูกกระทุ้งอีกครั้งด้วยคำพูดจาก Sam Altman ซีอีโอ OpenAI ที่ว่า RAM ที่อยู่ติดกับเครื่องผู้ใช้งานทั่วไปนั้น มันไม่เกิดประสิทธิผลเท่าอยู่กับ Data Center ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม AI ยิ่งจุดชวนให้ชาวเน็ตโกรธเป็นฟืนเป็นไฟกันมากขึ้น เพราะหลายคนก็ประสบปัญหาที่ต้องจ่ายแพงขึ้นจากการซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รวมไปถึงเครื่องเล่นเกมที่พากันขึ้นราคาไปด้วย จากวิกฤตแรมแพงดังกล่าว นี่เกมแพงขึ้นแล้วเครื่องเล่นหรืออุปกรณ์ยังจะแพงขึ้นไปด้วยอีกเหรอ?

ราคาเครื่องเกมในสหรัฐตามประกาศของแต่ละบริษัท

  • Xbox Series X (รุ่น Disc) จาก $650 เป็น $800 มีผล 1 ส.ค. ขึ้นเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 13 เดือน
  • PS5 จาก $549.99 เป็น $649.99 มีผล 2 เม.ย.
  • Switch 2 จาก $449.99 เป็น $499.99 มีผล 1 ก.ย.
  • Steam Deck OLED 512GB จาก $549 เป็น $789 ประกาศ 28 พ.ค.

แต่ละบริษัทอ้างเหตุผลต่างกัน

มีเพียง Microsoft ที่เอ่ยเรื่องหน่วยความจำตรง ๆ เมื่อ 25 มิ.ย. 2026 ว่าราคาหน่วยความจำและพื้นที่เก็บข้อมูลของคอนโซลเพิ่มขึ้นกว่า 2.5 เท่า และคาดว่าจะเพิ่มอีกเท่าตัวภายในฤดูใบไม้ร่วงปี 2027

ส่วน Sony อ้างแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก Nintendo อ้างการเปลี่ยนแปลงของสภาพตลาด และ Valve อ้างต้นทุนชิ้นส่วนในปัจจุบัน

ชิปความจำถูกย้ายไปที่ AI และ CXMT ยังไม่ช่วยเกมเมอร์

กลไกเบื้องหลังคือผู้ผลิตชิปความจำรายใหญ่ทั้งสามได้แก่ Samsung SK hynix และ Micron ย้ายกำลังผลิตเวเฟอร์ไปที่ HBM และ DRAM สำหรับเซิร์ฟเวอร์ ซึ่งจ่ายดีกว่า (Korea Investor 27 ก.ค. 2026)

ผู้เล่นรายใหม่ที่เข้ามาในตลาดนี้คือ CXMT ผู้ผลิตแรมจากจีน Counterpoint ประเมินส่วนแบ่ง DRAM ตามรายได้ไตรมาส 2 ปี 2026 ที่ 10% เพิ่มจาก 4% ปีก่อนหน้า CXMT ลิสต์ในตลาด STAR Market เมื่อ 27 ก.ค. 2026 ราคาหุ้นวันแรกพุ่ง 465.82% และเป็นบริษัทมูลค่าสูงสุดในตลาด A-share (Xinhua)

แต่ CXMT ยังไม่ช่วยกระเป๋าเกมเมอร์ Korea Investor รายงานว่าแรม DDR5 ของ CXMT ขายในราคาเท่ากับผู้นำตลาด ไม่ได้ถูกกว่า ตัวอย่างสินค้าคือหน่วยความจำ Colorful iGame Shadow II ที่ TrendForce รายงานเมื่อ 18 ส.ค. 2026 ว่าใช้ชิป CXMT โดย Colorful เป็นแบรนด์จีน

ไทม์ไลน์ของผู้ประเมินที่ระบุชื่อได้

8 พ.ค. 2026 Hiroki Totoki ซีอีโอ Sony ตอบคำถามนักข่าวในงานแถลงผลประกอบการ (ผ่านล่าม) ว่าราคาหน่วยความจำคาดว่าจะสูงมากในปีงบประมาณ 2027 เพราะซัพพลายยังขาดแคลน

30 ก.ย. 2026 TrendForce คาดซัพพลายฝั่งพีซีจะตึงถึงปี 2027

28 ต.ค. 2026 SK hynix คาดว่าภาวะอุปสงค์เกินอุปทานจะต่อเนื่องไปถึงปี 2030 (ตามรายงานของ TNW)

ฝั่งผู้พัฒนา ฐานเครื่องเดิมยังเป็นส่วนใหญ่

Steam Hardware Survey เดือน ก.ย. 2026 พบว่าผู้เล่นส่วนใหญ่ยังใช้แรม 32GB (42.22%) และ 16GB (37.82%) ส่วน VRAM 16GB อยู่ที่ 27.21% และ 8GB อยู่ที่ 26.71% นี่คือฐานเครื่องที่เกมยังต้องรองรับ

กรณีที่ระบุชัดมีเพียง Swen Vincke ซีอีโอของ Larian ที่บอกกับ TheGamer เมื่อ 17 ธ.ค. 2025 ว่าราคาแรมที่เพิ่มขึ้นแปลว่าทีมน่าจะต้องทำงาน Optimization จำนวนมากใน Early Access ซึ่งไม่ได้อยากทำในช่วงเวลานั้น (it means that most likely, we already need to do a lot of optimization work in early access that we didn't necessarily want to do at that point in time)

ส่วนผู้เผยแพร่รายใหญ่ ยังไม่พบรายใดระบุว่าปรับสเปกหรือเลื่อนเกมเพราะราคาแรม

สรุป

เมื่อฐานเครื่องเดิมยังเป็นส่วนใหญ่ของผู้เล่น และผู้ประเมินคาดว่าซัพพลายจะตึงอย่างน้อยถึงปี 2027 การทำให้เกมรันบนเครื่องระดับนี้จึงเป็นโจทย์ที่ผู้พัฒนาต้องแบกต่อไป กรณีของ Larian ชี้ว่าต้นทุนนี้เริ่มปรากฏเป็นงาน Optimization ที่ต้องทำเร็วกว่าแผน ส่วนจะกระจายไปยังทีมอื่นแค่ไหน ยังไม่มีหลักฐานยืนยัน

แหล่งอ้างอิง