จะเป็นยังไง ถ้าเราเอา Metroidvania มาผสมกับ Survival Horror แล้วเติมกลิ่นอายของเกมสยองขวัญยุคคลาสสิกเข้าไป? คำตอบก็คงออกมาเป็น Silver Pines เกมที่แทบไม่ได้พยายามปฏิวัติอะไรใหม่ แต่กลับทำให้ผมรู้สึกสนุกกับสิ่งที่คุ้นเคยได้อย่างน่าประหลาด เพราะบางครั้งสิ่งที่เราหลงรักก็ไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งใหม่เสมอไป
เนื้อเรื่อง
Silver Pines พาเรารับบทเป็นนักสืบที่เดินทางมายังเมืองเล็ก ๆ เพื่อตามหาคนที่หายตัวไป ก่อนที่การสืบสวนธรรมดาจะค่อย ๆ กลายเป็นการเดินทางเข้าสู่ความผิดปกติของเมืองแห่งนี้ ทั้งผู้คนที่พูดจาชวนสงสัย เหตุการณ์เหนือความเข้าใจ และความจริงบางอย่างที่ค่อย ๆ เผยตัวออกมาตลอดทาง
ถ้าคุณเคยเล่น Silent Hill มาก่อน ก็คงพอเดาทิศทางของเรื่องราวได้ไม่ยากนัก
สำหรับผม เนื้อเรื่องของเกมนี้ไม่ได้ซับซ้อนหรือหักมุมจนคาดไม่ถึง ออกจะเดินตามสูตรสำเร็จของเกม Psychological Horror ที่เราคุ้นเคยกันดีเสียด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างนั้น ผมกลับคิดว่ามันเป็นเรื่องราวที่สวยงามในแบบของมันเอง
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้ผมจะพอเดาได้ว่าเรื่องราวกำลังจะพาไปทางไหน แต่เกมกลับทำให้ผมอยากรู้อยากเห็นอยู่ตลอดเวลา อยากรู้ว่าเมืองนี้ซ่อนอะไรไว้ อยากรู้ว่าตัวละครแต่ละคนมีเรื่องราวอย่างไร และอยากรู้ว่าเมื่อเดินไปจนสุดทางแล้วจะพบกับอะไร
ความรู้สึกนั้นเองที่ทำให้ผมเล่นจนจบทั้งสามฉากจบ และเก็บเกมครบ 100% ไม่ใช่เพราะรู้สึกว่าต้องทำให้ครบ แต่เพราะผมอยากเห็นจริง ๆ ว่าแต่ละเส้นทางจะพาเรื่องราวไปจบลงตรงไหน
ส่วนเหล่า NPC ที่พบเจอระหว่างทางก็มีเสน่ห์ประหลาดไม่น้อย บางคนพูดจาไม่ปะติดปะต่อ บางคนมีพฤติกรรมไม่เข้าที่เข้าทาง ราวกับทุกคนกำลังใช้ชีวิตอยู่ภายใต้ตรรกะบางอย่างที่เราไม่เข้าใจ มันให้ความรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่ในความฝันที่ทั้งคุ้นเคยและผิดแปลกไปพร้อมกัน ซึ่งผมคิดว่าความไม่ชอบมาพากลเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้บรรยากาศของเกมน่าค้นหา
แต่สิ่งที่ผมชอบที่สุด อาจเป็นความเคารพที่เกมมีต่อผลงานในอดีต Silver Pines เหมือนจดหมายรักถึงเกมสยองขวัญยุคเก่าอย่างแท้จริง
การนำเสนอมุมมองแบบ Side-scrolling ชวนให้นึกถึง Clock Tower ความหม่นหมอง ความโดดเดี่ยว และบรรยากาศเหนือจริงที่มีกลิ่นอายของ Silent Hill ขณะที่ระบบการเล่นกลับเต็มไปด้วย DNA ของ Resident Evil ยุคแรก ทั้งการจัดการทรัพยากร กระสุนที่มีจำกัด การแก้ปริศนา การจดจำเส้นทาง และการย้อนกลับไปยังพื้นที่เดิมเมื่อได้อุปกรณ์ชิ้นใหม่
ส่วนผสมของ Metroidvania ก็เข้ามาทำหน้าที่ได้อย่างลงตัว ทำให้เมืองทั้งเมืองค่อย ๆ เปิดเผยตัวเองผ่านการสำรวจ ทางตันที่เคยผ่านไม่ได้อาจกลายเป็นเส้นทางสำคัญในภายหลัง และการได้ค้นพบอะไรบางอย่างด้วยตัวเองก็ยังให้ความรู้สึกน่าพึงพอใจเหมือนเกมในวันวาน
Gameplay
อีกสิ่งหนึ่งที่ผมชอบมากคือ ระบบบรรจุกระสุน การซ่อมอาวุธ และการจัดการทรัพยากร เกมไม่ได้ปล่อยให้เรากดรีโหลดได้อย่างไร้กังวล ทุกจังหวะของการเติมกระสุนมีน้ำหนักและสร้างความตึงเครียดได้ดี ขณะที่อาวุธก็มีสภาพการใช้งานที่ต้องคอยดูแลและซ่อมแซม ทำให้การเตรียมตัวก่อนออกสำรวจมีความสำคัญไม่แพ้การต่อสู้จริง ๆ
และรายละเอียดที่ผมชอบเป็นพิเศษคือ เกมนี้สามารถ Unload กระสุนออกจากปืนได้ด้วย! ฟังดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับเกมที่การบริหารทรัพยากรเป็นหัวใจสำคัญ รายละเอียดแบบนี้กลับทำให้ผมรู้สึกว่าผู้สร้างเข้าใจเสน่ห์ของ Survival Horror เป็นอย่างดี
อีกระบบหนึ่งที่ผมอยากพูดถึงคือ Memento ในแง่ของเกมเพลย์ มันคือของสะสมที่ช่วยมอบความสามารถต่าง ๆ ให้กับตัวละคร แต่ถ้าลองสังเกตดี ๆ จะพบว่ามันมีอะไรมากกว่านั้น เพราะชื่อ Memento ไม่ได้ถูกตั้งขึ้นมาเพียงเพื่อความเท่ แต่มันหมายถึงสิ่งของที่เก็บไว้เพื่อระลึกถึงบางสิ่งบางอย่างจริง ๆ
Memento แต่ละชิ้นมีรายละเอียดและเรื่องราวเล็ก ๆ ของตัวเอง ราวกับเป็นเศษเสี้ยวความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ของใครบางคน สิ่งของธรรมดาที่ครั้งหนึ่งอาจเคยมีความหมายต่อเจ้าของ ก่อนจะกลายมาเป็นสิ่งที่เราพบเจอระหว่างทาง มันเป็นรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ทำให้โลกของ Silver Pines มีชีวิตขึ้นมา และสำหรับผม นี่เป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่สวยงามที่สุดของเกม และที่สำคัญ ยังสำคัญต่อฉากจบด้วยนะครับ
Artstyle
ในด้านภาพ ผมคิดว่า Silver Pines เป็นเกมที่สวยมากเกมหนึ่ง ไม่ใช่ความสวยจากความสมจริงหรือรายละเอียดระดับสูง แต่เป็นความสวยที่เหมือนเรากำลังเดินอยู่ภายในภาพวาดสักภาพหนึ่ง การใช้แสง เงา สีสัน และองค์ประกอบของฉากทำให้เมืองแห่งนี้มีบุคลิกเฉพาะตัว บางพื้นที่ดูเงียบเหงา บางพื้นที่ดูอบอุ่นอย่างประหลาด ขณะที่บางมุมก็ชวนให้รู้สึกไม่ปลอดภัยโดยแทบไม่ต้องมีอะไรปรากฏตัวออกมาเลย
มันเป็นงานภาพที่ไม่ได้มีดีแค่ความสวยงาม แต่ยังช่วยเล่าเรื่องและสร้างอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเมื่อภาพที่ดูงดงามเหล่านั้นกลับซ่อนความรู้สึกอึดอัดและไม่สบายใจเอาไว้ข้างใต้
Summary
ท้ายที่สุดแล้ว Silver Pines อาจไม่ใช่เกมที่นำเสนออะไรใหม่จนทำให้วงการต้องเปลี่ยนไป เนื้อเรื่องอาจคาดเดาได้ ระบบการเล่นหลายอย่างก็เป็นสิ่งที่เราเคยสัมผัสมาแล้วทั้งนั้น แต่ผมกลับคิดว่านั่นไม่ใช่ข้อเสียเลย เพราะเสน่ห์ของเกมนี้ไม่ได้อยู่ที่การพยายามสร้างสิ่งใหม่จากศูนย์ แต่อยู่ที่การหยิบเอาสิ่งที่เรารักจากเกมในอดีตมาร้อยเรียงใหม่ด้วยความเข้าใจและความเคารพ จนกลายเป็นประสบการณ์ที่มีตัวตนของมันเอง
สำหรับใครที่คิดถึงบรรยากาศของ Resident Evil ภาคแรก ๆ หรือ Silent Hill ในยุคแรกเริ่ม คิดถึงความรู้สึกของการเดินสำรวจเมืองที่เต็มไปด้วยความลับ การประหยัดกระสุนทุกนัด และความตื่นเต้นเล็ก ๆ เมื่อไขปริศนาสำเร็จ Silver Pines เป็นเกมที่อาจทำให้คุณได้กลับไปสัมผัสความรู้สึกเหล่านั้นอีกครั้ง
บางทีอาหารที่อร่อย ก็อาจไม่ใช่เมนูใหม่ ๆ ล้ำ ๆ แต่มันอาจเป็นเมนูที่คุ้นเคยแบบกับข้าวรสมือแม่ หรือร้านป้าแถวบ้านนี่แหละ
คะแนน 10/10
รีวิวจากการเล่นบน PC (ซื้อเล่นเอง) บทความและรีวิวโดย แอดนน